วิธีแก้ชง ปี 2556 สำหรับคนที่เกิดปีนักษัตรต่างๆ

Tuesday 8 January 2013 04:14 Posted by Articles  |  in บันเทิง  |  with Comments (0)

วิธีแก้ชง ปี 2556

คำขวัญวันเด็ก 2556

Friday 14 December 2012 12:12 Posted by Articles  |  in ความรู้  |  with Comments (0)

คำขวัญวันเด็ก 2556
รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้
เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน

คำขวัญ
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
เนื่องใน "วันเด็กแห่งชาติ" ประจำปี 2556


จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ

Monday 26 November 2012 11:47 Posted by Articles  |  in ธุรกิจ  |  with Comments (0)

จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ


1. คนไทยรู้จักตัวตนของเราเองต
่ำมาก กล่าว คือ รู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะมีสำนึกต่อสังคมส่วนรวมสูงมาก ของเราจะไม่คำนึงถึงส่วนรวม แต่จะเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา จนทำให้เกิดวัฒนธรรมสืบทอดกันมายาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจทุกระดับชั้น จนมีคำพูดว่า ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิ
จการศึกษา ทำให้ทุกคนแสวงหาอำนาจเพื่อจะตักตวงเพราะความไม่รู้จักตัวตน ไม่รู้จักประเทศของตัวเองเช่นนี้แล้ว ทำให้ประเทศชาติของเราล้าหลังไปเรื่อย ๆ

2. การศึกษาของไทยยังไม่ทันสมัย สอน ให้คนเห็นแก่ตัวมากกว่า ขาดจิตสำนึกต่อสังคม แม้แต่ภาษาคนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้เราขาดโอกาสในการแข่งขันกับ ต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ประเทศอื่น ๆ รู้จักคนไทยน้อยมาก เพราะคนไทยไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น เพราะคุณภาพการศึกษาของเราไม่ทันสมัย จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

3. คนไทยมองอนาคตไม่เป็น เท่า ที่สังเกตเห็นว่าคนไทยกว่า 70% ทำ งานแบบไร้อนาคต แบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ น้อยนักที่จะวางแผนให้ตัวเองอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายที่ชัดเจนในอนาคต สะสมความสำเร็จไปอย่างเป็นลำดับ หรือเป็นเพราะไม่กล้าฝัน หรือไม่มีความฝันก็ไม่แน่ใจ และชอบพึ่งสิ่งงมงาย โชคชะตา พอใจทำงานแบบตำข้าวสารกรอกหม้อ ทำให้ประสิทธิภาพของเราไม่ทันกับการแข่งขันระดับโลก

4. คนไทยไม่ค่อยจะจริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การรับปากของเรามักทำแบบผักชีโรยหน้า หรือเกรงใจ แต่ทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จากประสบการณ์ทำธุรกิจกับชาวต่างชาติจะพบว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่น หรือยุโรป คนเขาจะให้ความสำคัญกับสัญญาข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ซึ่งไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตในการเชื่อถือด้านนี้ลงไปเรื่อย ๆ

5. การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่ ประเทศ ของเรากระจุกตัวความเจริญเฉพาะในเมืองใหญ่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกล จะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชน ในต่างประเทศ การสร้างนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ห่างไกล แต่มีองค์ประกอบอื่น ๆ สนับสนุนเขาก็ลงทุน การสร้างเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค จะเป็นประโยชน์ ทำให้เป็นการลดต้นทุนในการดำเนินการทางธุรกิจอย่างมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม

6. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็งและดำเนินอย่างไม่ต่อเนื่อง สังคม ไทยชอบทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง อาจได้ยินกรณีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารก็ตาม จะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง

7. สังคมไทยชอบอิจฉาตาร้อน ไม่ ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ และชอบเลี่ยงเป็นศรีธนญชัย เมื่อจนตรอก ในวงการเราจะพบกระแสของคนประเภทนี้ปะปนมากขึ้น จะเพราะเป็นเพราะสังคมเรายอมรับ หรือยกย่องคนที่มีอำนาจ มีเงิน แต่ไม่มีใครรู้ภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอดหน้าตาเฉย คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายเสียอีก เพราะทำความเสียหายต่อบ้านเมืองมากกว่า และจะเป็นประเภทดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทำให้คนดีไม่กล้าจะเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว

8. เอ็นจีโอบ้านเราค้านลูกเดียว ทำ ให้เราเสียโอกาสในการพัฒนา เพราะเอ็นจีโอบางกลุ่มที่อิงผลประโยชน์อยู่ ถ้าจะพูดกันแบบมีเหตุผล ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เอ็นจีโอดี ๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย กรณีน้ำท่วมเพราะไม่มีเขื่อนรองรับเพียงพอ พอเกิดน้ำท่วม พวกที่ค้านจะแสดงความรับผิดชอบด้วยหรือเปล่า บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริง ๆ ไม่ได้พูดกัน

9. คนไทยอาจจะไม่พร้อมในเวทีโลก เพราะ ไม่ถนัดภาษาอื่น ที่ไม่ใช่ภาษาตัวเอง ทำให้โลกภายนอกไม่รู้จักคนไทยเท่าที่ควร และการจัดการตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลก ของเราขาดทักษะและทีมเวิร์คที่ดี ทำให้เราสู้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้

10. คนไทยเลี้ยงลูกไม่เป็น ปัจจุบัน เด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกัน เป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่ สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเอง ขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม คุณวิกรมแสดงความเห็นว่า การอบรมเยาวชนมาจาก 3 ทาง หนึ่งภายในครอบครัว สองจากโรงเรียน และสามจากสังคม หรือสื่อสารมวลชน

ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=551514318195539&set=a.453580731322232.118033.100000109268485

ใกล้ถึงเวลา อวสานกังนัมสไตล์ แล้ว!

Thursday 25 October 2012 10:14 Posted by Articles  |  in บันเทิง  |  with Comments (0)

กังนัมสไตล์
สำนักข่าวตะวันตกได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า “กังนัมสไตล์” ที่ดังเป็นพลุไปทั่วโลกเร็ว ๆ นี้นั้น ถูกฌาปนกิจได้เลย ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม เป็นต้นไป

ผมคิดว่าท่านผู้อ่านเกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้ น่าจะรู้จักเพลง “กังนัมสไตล์” ของหนุ่มใหญ่ชาวเกาหลีที่ออกอัลบั้มเพลงผ่านยูทูบ แล้วมีคนเข้าชมในภาษาเกาหลีมากกว่า 475 ล้านวิว มีคนกด “ชอบ” หรือ “ไลค์” กว่า 4 ล้านวิว และไม่ชอบประมาณ 2 แสนวิว

สำหรับคนไทยและชาวเอเชียคงจะรู้จักกันดี ส่วนคนอเมริกันถึงขั้นเข้าไปดูว่าประเทศเกาหลีใต้อยู่ที่ไหนในแผนที่โลก และ “กังนัม” อยู่ที่ไหน

เพลงและจังหวะการเต้นของ “กังนัมสไตล์” นั้นดูแล้วสนุกสนาน ศิลปิน “ไซ” (Psy) เป็นผู้แต่งเพลงนี้ โดยเริ่มเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ปีนี้เป็นต้นมาในยูทูบ แล้วก็ดังเป็นพลุหยุดไม่อยู่จนกระทั่งดูแล้วเริ่มซาไปบ้างแล้ว แต่ก็มีผู้เข้าชมมโหฬารแบบคาดไม่ถึง เพราะสไตล์การเต้นง่าย ๆ และแปลกดี คล้าย ๆ การขี่ม้า หรือถ้าหากชาวออสเตรเลียก็จะเหมือนการเต้นของจิงโจ้ประมาณนั้น

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพิ่งเกิดมาไม่นานของยูทูบ และระบบอินเทอร์เน็ตที่สามารถเชื่อมต่อไปได้ทั่วโลกแบบไร้ระยะทาง แน่นอนก็ทำให้ “กังนัมสไตล์” มีผู้คนสนใจและนิยมเข้าไปดูมากแบบถล่มทลาย และก็ทำให้การเต้นแบบ “กังนัมสไตล์” ได้รับการเลียนแบบในหลายประเทศทั่วโลกเพราะง่ายดีและสนุก

สำหรับชื่อเพลง “กังนัม” มาจากชื่อย่านที่หรูหราฟู่ฟ่าที่สุดของเมืองหลวงหรือกรุงโซลของเกาหลี คือบ้าน ออฟฟิศ ราคาแพงหูฉี่ หรือของกรุงเทพฯ ก็ประมาณ ย่านสีลม หรือย่านสุขุมวิท หรือ สหรัฐอเมริกา เขาก็ไปเทียบกับ เบฟเวอรี่ ฮิลส์ ชานเมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน ไม่ใช่ เบฟเวอรี่ ฮิลส์ ที่นครลอสแอนเจลิส

อย่างน้อยเกาหลีดังไปทั่วโลกยังไม่พอทำให้ย่าน “กังนัม” ดังกับเขาไปทั่วโลกด้วย ถ้าหากประเทศไทย ศิลปินท่านใดที่อยู่ย่านสุขุมวิท หรือสีลม มีไอเดียอะไรดี ๆ อยากทำบ้างก็เชิญได้ หรือย่านสยามสแควร์ หรืออะไรก็ได้

นึกถึงเพลงนี้ถ้าหากท่านผู้อ่านอาจจะรุ่นเก่าระดับผมคงจะจำเพลงและท่าเต้นสเปนที่ดังไปทั่วโลกสมัยเกือบ 30 ปีก่อน สไตล์การเต้นง่าย ๆ ของนักร้องหนุ่มใหญ่เช่นกัน ท่านผู้อ่านคุ้นบ้างไหม

เพลง “มาคารีนา” (Macarena) ไงครับ สมัยนั้นไม่มียูทูบช่วย แต่ถูกจัดเป็นอันดับหนึ่งของเพลงท็อปฮิตระดับโลกของเพลงนานาชาติ และจนกระทั่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ในการประชุมของพรรคเดโมแครตแห่งชาติ ที่นครชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งได้มีการเสนอชื่อ ประธานาธิบดี บิล คลินตัน และรองประธานาธิบดี อัลกอร์ เพื่อเข้าชิงชัยในศึกการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ก็นำเพลงนี้มาเปิดในปี ค.ศ.1996 เพลงนี้ได้รับการบันทึกครั้งแรกในปี ค.ศ. 1992 ผู้ประพันธ์เพลงคือ ลอส เคล ริโอ อยู่ไปได้หลายปี

ถ้าเทียบเคียงกันแล้ว เทคโนโลยียิ่งใหม่อายุผลิตภัณฑ์จะยิ่งสั้นลง ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

คุณ จาร์เร็ทท์ เบลลินี่ จากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น บอกว่า “กังนัมสไตล์” ถึงกาลอวสานแล้ว ท่านผู้อ่านคงจะรู้สึกด้วยกระมังครับ.

วิธีเต้นกัมนังสไตล์

Tuesday 18 September 2012 04:04 Posted by Articles  |  in บันเทิง  |  with Comments (0)

มาลองเต้นกันเลย..

วิธีเต้นกัมนังสไตล์

รายละเอียดการเต้นตามรูปภาพ

วิธีพับผ้าปูที่นอนแบบเนี๊ยบๆ

Friday 14 September 2012 11:30 Posted by Articles  |  in ความรู้  |  with Comments (0)

how to perfectly fold a fitted sheet.
วิธีพับผ้าปูที่นอนแบบเนี๊ยบๆ

วิธีพับผ้าปูที่นอน

มนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะทำตามความเคยชินจากประสบการณ์ในอดีต

Thursday 13 September 2012 03:53 Posted by Articles  |  in ไดอารี่  |  with Comments (0)

เวลาเห็นตลาดหุ้นขึ้นหลายวันติดต่อกัน นักลงทุนส่วนใหญ่จะคิดว่าตลาดหุ้นน่าจะขึ้นต่ออีก นักลงทุนหลายคนลงทุนโดยซื้อเงินหนักขึ้น วาง Position สูงขึ้นเมื่อตลาดหรือหุ้นวิ่งติดต่อกัน"หลายวันจนมั่นใจ" ซึ่งการรอคอยจนกว่าจะมั่นใจว่าเป็นขาขึ้นอาจจะเกือบจบรอบแล้ว (ซื้อที่ยอดดอย)

เวลาเห็นตลาดหุ้นลงหลายวันติดต่อกัน นักลงทุนส่วนใหญ่จะคิดว่าตลาดหุ้นน่าจะลงต่ออีก นักลงทุนหลายคนจะขายหุ้นทิ้งเมื่อตลาดหรือหุ้นตก"หลายวันจนมั่นใจ" ซึ่งการรอคอยจนกว่าจะมั่นใจว่าเป็นขาลงอาจจะเกือบจบรอบขาลงแล้ว (ขายที่จุดต่ำสุด)

พยายามทำตามระบบการลงทุนของตนเอง (ไม่ว่าจะลงทุนด้วยแนวเทคนิคหรือพื้นฐานก็ตาม) การซื้อหรือขายเมื่อมีหลักฐานหรือระบบบอกให้ทำตั้งแต่หุ้นเริ่มมีการเคลื่อนไหวช่วงแรกๆจะดีกว่าการรอจนทุกอย่างชัดเจนและทุกคนในตลาดเห็นด้วยหมดแล้ว เพราะเราอาจจะแทบไม่เหลือช่องว่างให้ทำกำไรแล้วครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/ThInvestForum

เพราะผู้หญิงใช้จ่ายซื้อของง่ายและมากที่สุด

Thursday 13 September 2012 03:50 Posted by Articles  |  in แฟชั่น  |  with Comments (0)

Women Blogs & Social Media : Which source is best suited for each action.

เพราะผู้หญิงใช้จ่ายซื้อของง่ายและมากที่สุด มาดูแหล่ง Blogs & Social Media ที่ผู้หญิงใช้ในโอกาสต่างๆ กันค่ะ เป็นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ใหญ่มากๆ เลย ^^

แหล่ง Blogs & Social Media ที่ผู้หญิงใช้
ที่มา https://www.facebook.com/thaisemclub
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=425990604104675&set=a.156799547690450.23291.103234226380316&type=1&theater

Ichitan ได้รับการยืนยันจาก "ตัน ภาสกรนที" ว่าได้ผู้โชคดีรับรางวัล iPhone 5

Thursday 13 September 2012 03:34 Posted by Articles  |  in ธุรกิจ  |  with Comments (0)

ตัน ภาสกรนที เจ้าพ่อชาเขียวอิชิตัน ยืนยันแจกไอโฟนรุ่นใหม่แก่ผู้ร่วมสนุกในแคมเปญ “แจกไอโฟน 5 ล่วงหน้า” จริง แจงลบภาพแคมเปญออกจากเฟซบุ๊กเพราะได้ผู้โชคดีแล้ว และต้องการแก้ปัญหามีผู้ร่วมสนุกตอบคำถามเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกวัน ระบุเตรียมแถลงข่าวเป็นทางการกลางเดือนกันยายนนี้
      
       ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีชาวออนไลน์วิจารณ์การลบภาพแคมเปญแจกไอโฟน 5 ล่วงหน้าออกจากแฟนเพจเฟซบุ๊กอิชิตัน ว่า เป็นการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหามีผู้ร่วมสนุกตอบคำถามเพิ่มทุกวันทั้งที่แคมเปญนี้ได้ผู้โชคดีแล้ว ยืนยันไม่คิดผิดคำพูดสักครั้ง
      
       “เราปิดเพราะเราได้ผู้โชคดีแล้ว ไปดูวิดีโอใน YouTube ได้เลย เราสุ่มชื่อผู้โชคดีที่ตอบคำถามถูกเรียบร้อยแต่ยังมีคนตอบคำถามอยู่ ผมมาถึงวันนี้ได้ ผมต้องรับผิดชอบคำพูดผมเสมอ แจกก็คือแจก” โดยระบุว่าผู้โชคดีในแคมเปญนี้จะได้รับมอบไอโฟน 5 เป็นรางวัลทันทีที่เครื่องเริ่มจำหน่ายในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ชาวออนไลน์ยังตั้งข้อสังเกตอีกมากเกี่ยวกับแคมเปญแจกไอโฟนล่วงหน้าที่เกิดขึ้น เช่น เหตุใดอิชิตันไม่นำวิดีโอสุ่มรายชื่อผู้โชคดีแคมเปญนี้ไปแสดงบนแฟนเพจเพื่อแจ้งข้อมูลให้ชัดเจน ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อทุกคนที่เห็นว่าภาพแคมเปญนี้และข้อมูลต่างๆ ถูกลบทิ้งไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
      
       ที่สำคัญ ยังมีชาวออนไลน์จำนวนมากที่สงสัยการขออนุญาตเฟซบุ๊กเพื่อทำแคมเปญแจกรางวัลบนหน้าแฟนเพจ โดยทั้งหมดตันระบุว่าจะเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดในงานแถลงข่าวที่คาดว่าจะจัดขึ้นวันที่ 18 กันยายนนี้


“ยังบอกไม่ได้ว่าไอโฟน 5 ดีขนาดไหนเพราะยังไม่ได้ลองใช้ ของใหม่อาจจะดีกว่าแต่คนที่มีใช้งานอยู่แล้วก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย” ตันกล่าว “ผมเองก็พยายามทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ผมรับผิดชอบคำพูดตัวเองเสมอถึงมีวันนี้ได้”
      
       ตันตกเป็นจำเลยสังคมช่วงวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยชาวออนไลน์จำนวนมากวิจารณ์ว่า “โดนอิชิตันหลอก” เพราะแคมเปญแจก iPhone 5 นั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอยบนเพจเฟซบุ๊ก “อิชิตัน” และ “ตัน ภาสกรนที” ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีใครชี้แจงเหตุผล และตันติดภารกิจบรรยายที่หาดใหญ่
      
       ในเวลานั้น ชาวเน็ตเชื่อว่าเป็นการกลับลำปิดแคมเปญเพราะอิชิตันอาจกลัวโดนสั่งปิดเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งข้อสันนิษฐานนี้ปรักปรำว่าตันกำลังพูดคำลวง เพราะเป็นไปได้ว่าเฟซบุ๊กไม่มีกระบวนการขออนุญาตให้ทำแคมเปญประชาสัมพันธ์ใดๆ บนเพจ โดยชาวเน็ตหลายรายโพสต์ข้อความเจ็บใจที่อิชิตันลบภาพแคมเปญโดยไม่ชี้แจงทั้งที่มีคนไทยติดตามแคมเปญมากกว่า 4 แสนราย

Ichitan iPhone 5
      
       สำหรับแคมเปญแจกไอโฟน 5 ล่วงหน้านี้เริ่มต้นจากการโพสต์ข้อความแจก iPhone 5 บนแฟนเพจอิชิตัน และตัน ภาสกรนที โดยโพสต์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญใหม่ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 5 ก.ย. 55 โดยระบุว่าผู้ชนะแคมเปญจะได้รับ iPhone 5 ของแท้จากอิชิตันเป็นคนแรกของประเทศไทย ก่อนที่แคมเปญทั้งหมดจะหายไปจากแฟนเพจทั้งอิชิตัน และตัน ภาสกรนที โดยไม่มีการชี้แจงในวันที่ 10 กันยายน 55 จนถึงปัจจุบัน
      
       ไอโฟน 5 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากแอปเปิลซึ่งเพิ่งเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ตัวเครื่องใช้วัสดุกระจกและอะลูมิเนียม มีความบางกว่าไอโฟน 4S ลง 20% หน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความกว้างเท่าเดิมแต่ยาวมากขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยชิปประมวลผล A6 ที่เร็วกว่าเดิมทั้งกราฟิกและการประมวลผลประมาณ 2 เท่า ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายในไทยคาดว่าจะอยู่ช่วงเดือนตุลาคมนี้

ชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่โหดร้าย

Thursday 13 September 2012 03:27 Posted by Articles  |  in ไดอารี่  |  with Comments (0)

ชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่โหดร้าย
มามัด จอคิด อายุ 24 ปี จากจังหวัดมุสิดอ นอนรักษาตัวที่โรงบาลระนอง หลังทหารพม่าทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ขณะเรือลอยจังหวัดมะริด ประเทศพม่า "ทันทีที่ทุกคนเห็นทหารพม่า ซึ่งนั่งเรือรบมาทั้งหมด 4 ลำ ล้อมรอบพวกเรา กลัวมาก ทุกคนรู้ถึงความโหดร้ายทหารพม่าดี"

บางคนตัวสั่นเทา และเราได้รับทารุณกรรมจริงๆ ตั้งแต่ทหารพม่าลงมาควบคุมตัว จะแตะ ต่อย
ตบหน้า ถีบ จนนำเราไปเกาะหนึ่ง ทุกคนถูกลงโทษโบยด้วยแส้จนบาดเจ็บ ใช้ผ้าพันชุบน้ำมันจุดไฟเผามาลน ตนเองโชคร้ายที่สุด เป็นแผลฉกรรจ์ที่ขา "เจ็บมากๆ ครับ แต่ทุกคนทนได้ ความเจ็บปวดแค่นี้ เมื่อเทียบกับโหดร้ายที่เราได้รับอยู่ทุกวันมันเทียบกันไม่ได้เลย"

พวกเรานอนทุกข์ทรมาน 4 คืน 5 วัน ทหารพม่าจึงปล่อยลงเรือ ให้เดินทางต่อจนถูกทหารไทยจับตัว “ทุกคนดีใจ กราบพระอัลเลาะห์ทันทีที่เห็นทหารไทย ทุกคนรู้ รอดแล้วจากความรู้สึกในตอนนั้น” ไม่เคยคิดที่จะให้คนไทยยุ่งยาก แต่ไม่รู้ว่าจะไปไหน ทุกประเทศล้วนรังเกียจพวกเร

"แม้ผมจะถูกควบคุมตัวในเมืองไทย โดนจองจำในห้องขัง ในเรือนจำ หรือที่ไหนๆ พวกเราดีใจ เป็นชีวิตสุขสบายที่สุดที่ได้พบเจอ ตอนนี้ผมรักษาตัวอยู่ในโรงบาลระนอง รู้สึกผมเหมือนอยู่โรงแรมชั้น 1 อยู่ห้องพักดีๆ กินอาหารอิสลามอร่อยที่สุดในชีวิตผม ทั้งๆ ที่ผมน่าจะเป็นทุกข์กับสภาพบาดแผลที่ผมได้รับ แต่ความรู้สึกเป็นสุขมันมีมากกว่าจริงๆ ครับ ผมอิจฉาคนไทยจริงๆ ที่เกิดมาผืนดินนี้ ที่มีแต่สุข ไม่เป็นผืนดินที่ทุกข์เช่นผืนแผ่นดินของพวกผม" มามัด จอคิด กล่าวในที่สุด
.
..
....

เปลือยชีวิต ชาวโรฮิงญา กับชีวิตที่มากกว่าคำว่า..โหดร้าย (คมชัดลึก)

"อยู่ที่รัฐอาระกัน ก็เหมือนรอคอยความตาย สู้บากหน้ามาหาความหวังใหม่ดีกว่า"

"โรฮิงญา" ชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า เชื้อชาติอาระกัน เอ่ยปากเล่าถึงชีวิตที่สุดแสนจะโหดร้ายของพวกเขา ในเขตพื้นที่จังหวัดหม่องดอ และจังหวัดสิดอ ในรัฐอาระกัน ประเทศพม่า

มามุต ฮุดเซ็น อายุ 50 ปี เล่าถึงครอบครัวของเขาที่จังหวัด หม่องดอ ทางตอนเหนือของประเทศพม่า ติดกับประเทศบังกลาเทศ ว่า มีเมีย 1 คน ลูกชาย 1 คน ผู้หญิง 3 คน มีอาชีพทำนา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวโรฮิงญาในย่านดังกล่าว "ลำบากมากๆ" มามุต บ่น เนื่องจากบางวันแทบจะไม่มีอะไรกินเลย เพราะความยากจน และยังถูกกลั่นแกล้งจากทหารพม่า ที่มักจะเข้ามาในหมู่บ้าน เก็บเกี่ยวผลผลิตของชาวบ้านไปหน้าตาเฉย ใครขัดขืนก็จะโดนเฆี่ยนด้วยหวาย หรือบางรายถึงขั้นโดนฆ่าทิ้งก็มีให้เห็นบ่อยๆ เมื่อใครไปขายของได้เงินแล้วหากทหารพม่ารู้ ก็จะเข้ามาถามก่อนที่จะแย่งเงินเหล่านั้นไปทันที

"ไม่มีสภาพความเป็นคน หรือเป็นมนุษย์เลย พวกเราอยู่อย่างไร้อนาคต โดนกดดันจากทหารพม่าตลอดเวลา ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหน โดยเฉพาะการเดินทางข้ามเขตที่ไม่สามารถทำได้เลย จะเดินทางไปมาได้ก็เฉพาะภายในจังหวัดที่ตั้งถิ่นฐานอยู่เท่านั้น เพราะหากออกนอกพื้นที่ไม่เฉพาะทหารพม่าที่คอยจับจ้อง ชาวพม่าก็ไม่ชอบขี้หน้าพวกเรา และบ่อยครั้งที่พวกเราโดนทำร้ายร่างกายโดยชาวพม่า หรือโดนดูถูกเหยียดหยาม ถ่มน้ำลายใส่ก็มี"

ฮามิด ดูซัน ชายหนุ่มอาระกัน วัย 19 ปี กล่าวว่า พวกเรายากจนมาก ซ้ำร้ายโดนกลั่นแกล้งตลอดเวลา ออกไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้ เนื่องจากเป็นชนกลุ่มน้อย ทั้งยังเป็นชนกลุ่มที่รัฐบาลพม่ารังเกียจมากที่สุด ถึงขั้นไม่ยอมรับว่ามีพวกเราอยู่ในประเทศ พวกเราไม่มีสิทธิอะไรเลย ทั้งที่ดิน การศึกษา การรักษาพยาบาล

"น้อยใจครับ ผมเกิดในจังหวัดหม่องดอ รัฐอาระกัน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศพม่า แม้ว่าผมจะมีเชื้อสายบังกลาเทศ แต่การที่เกิดที่รัฐอาระกัน ก็มีความรักและความผูกพันต่อแผ่นดินเกิด แต่แผ่นดินที่ผมเกิดกลับไม่ต้อนรับผม ผมไม่เข้าใจครับ โดยเฉพาะการตั้งข้อรังเกียจต่อพวกเราของรัฐบาลทหารพม่า"

ฮามิด เล่าอีกว่า ชาวโรฮิงญา แม้ว่าจะมีประวัติศาสตร์ที่ไม่ดีกับชาวพม่าสมัยรัฐบาลอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมในย่านนี้ แต่หลังจากอังกฤษออกไปแล้ว พวกเราถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่เคยต่อสู้ หรือเรียกร้องอะไรจากรัฐบาลทหารพม่าเลย นอกจากเรียกร้องขอ “สิทธิความเป็นคน” ให้ทัดเทียมกับชาวพม่าทั่วไปแค่นั้นพวกเราก็พอใจแล้ว

เชย ลี ฮัน ดา อายุ 25 ปี จากจังหวัดมุสิดอ กล่าวว่า ตอนที่โดนจับตัวอยู่ที่ สภ.ปากน้ำ จ.ระนอง และได้รับอาหารจากตำรวจไทย เชื่อไหมว่า เมื่อได้กินข้าวคำแรกน้ำตาไหลออกมาทันที และหลายคนก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน คือ นอกจากจะซาบซึ้งในน้ำใจของคนไทยที่ต่างจากชาวพม่าที่โดนจับ และโดนทำร้ายที่เกาะแห่งหนึ่งในพม่า

"พวกเราโดนควบคุมตัวไว้ถึง 5 วัน ไม่ได้กินอะไรเลย"

ฮัน ดา เล่าขณะน้ำตาคลอเบ้าว่า อีกเหตุผลที่ทำให้น้ำตาร่วง คือ คิดถึงลูกเมียที่บ้าน บ่อยครั้งที่พวกเราอดข้าว ไม่มีอะไรจะกิน บางครั้งกินแค่วันละมื้อ จะกินครบ 3 มื้อเช่นคนทั่วไปก็น้อยเต็มที โดยเฉพาะหลายครั้งที่ต้องอด เนื่องจากต้องการให้ลูกเมียอิ่มก่อน ส่วนเราผู้ชายอดทนได้

"ทุกคนรักบ้านเกิดครับ ไม่มีใครที่ต้องการดิ้นรน หรือดั้นด้นเดินทางออกจากบ้านเกิด มีแต่ทุกคนดิ้นรนเพื่อที่จะอาศัยอยู่ในบ้านเกิดหรือถิ่นฐานที่ตนถือกำเนิด แต่จากความโหดร้ายที่พวกเราได้รับ มันสุดที่จะบรรยายให้เห็นหรือให้รับรู้ได้ หากไม่เจอด้วยตนเองยากที่จะบรรยายจริงๆ ผมถามเพื่อนๆ ถึงความรู้สึกตอนนี้ ทราบว่าทุกคนห่วงเมีย ห่วงลูกที่อยู่ที่รัฐอาระกัน โดยเฉพาะอาจจะถูกทำร้ายอีกหลังจากที่ทหารพม่าทราบว่าพวกเราหายตัวไป"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก(คมชัดลึก)

โดย บุญเลื่อน พรหมประทานกุล

คัดจาก : https://www.facebook.com/darulmuhajireen

วิธีเช็คไข่ว่ายังสดหรือไม่

Thursday 13 September 2012 03:22 Posted by Articles  |  in ความรู้  |  with Comments (0)

วิธีเช็คไข่ว่ายังสดหรือไม่

ภาพหลุด iPhone 10 (ขำชวนฮ่าา)

Thursday 13 September 2012 01:35 Posted by Articles  |  in เทคโนโลยี  |  with Comments (0)

ภาพหลุด iPhone 10

เป็นตกแต่งล้อเลียน iPhone 5 ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 12 กันยายน 2555

HTC ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสัญชาติไต้หวันซึ่งประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้

Wednesday 8 August 2012 05:27 Posted by Articles  |  in เทคโนโลยี  |  with Comments (0)

HTC
นักลงทุนหวั่นใจอนาคตของเอชทีซี (HTC) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสัญชาติไต้หวันซึ่งประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 3 ลง ส่งผลให้มูลค่าหุ้นเอชทีซีดิ่งต่ำสุดในรอบ 4 ปี
      
       แม้เอชทีซีจะมีดีกรีเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับที่ 4 ของโลก และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 2 ในเอเชีย แต่การแข่งขันดุเดือดในวงการสมาร์ทโฟนซึ่งมีแอปเปิลและซัมซุงเป็นผู้เล่นหลักทำให้เอชทีซีประกาศยอมรับว่าอาจทำยอดจำหน่ายลดลงในไตรมาส 3 ของปีนี้ (ก.ค.-ก.ย. 2012) โดยเชื่อว่ารายรับของบริษัทจะลดลงถึง 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
      
       สัดส่วนดังกล่าวเลวร้ายกว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าเอชทีซีอาจต้องประกาศภาวะขาดทุนในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ทั้งหมดนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุน สะท้อนออกมาในรูปมูลค่าหุ้นที่ตกต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี โดยลดลง 7% ปิดที่ 240.50 เหรียญไต้หวัน ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2008
      
       ไมเคิล ออน (Michael On) กรรมการบริหารบริษัทวิจัยบียอนแอสเสตแมเนจเมนต์ (Beyond Asset Management) วิเคราะห์ว่า ความหวั่นใจของนักลงทุนเกิดจากทิศทางที่ไม่สู้ดีของเอชทีซี โดยเฉพาะแนวโน้มที่มองว่าเอชทีซีสามารถแข่งขันกับซัมซุงได้ยาก แม้เอชทีซีจะยังรักษาสถานะของบริษัทให้สามารถทำกำไรได้อยู่
      
       เอชทีซีมีอดีตเป็นผู้รับจ้างผลิตโทรศัพท์มือถือตามสัญญา (contract maker) ก่อนจะสามารถเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่องช่วงปี 2010 และ 2011 จนขึ้นชั้นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแถวหน้าของโลก ในช่วงเวลาดังกล่าวมูลค่าหุ้นของเอชทีซีสามารถดีดตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในรอบ 14 เดือนจนทำนิวไฮได้ที่ 1,238.10 เหรียญไต้หวันช่วง เม.ย. 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดขายสมาร์ทโฟนเอชทีซีสามารถเติบโต 4 เท่าตัวเพราะความต้องการสมาร์ทโฟนทางเลือกของผู้บริโภค
      
       แต่ในวันนี้อิทธิพลของเอชทีซีเริ่มเสื่อมลง ในขณะที่ไอโฟนของแอปเปิลและสินค้าตระกูลกาแล็กซีของซัมซุงครองตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เอชทีซียอมรับความจริงแต่โดยดีจนประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้ลง มูลค่ารายได้เบื้องต้นที่เอชทีซีคาดการณ์ใหม่คือ 7-8 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 7-8 หมื่นล้านบาท)
      
       รายได้ที่เอชทีซีคาดว่าจะทำได้ในช่วง 3 เดือนถัดจากนี้นั้นน้อยกว่า 9.1 หมื่นล้านเหรียญไต้หวันที่เคยทำได้ในช่วงไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย. 2012) และน้อยกว่านักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะทำได้ 9.2 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน ตามการสำรวจของสถาบันทอมป์สันรอยเตอร์ส (Thomson Reuters)
      
       เหตุที่เอชทีซีปรับลดเป้าหมายรายได้ในไตรมาสนี้คือสมาร์ทโฟนตระกูลวันหรือ HTC One ที่มีแนวโน้มต้องสู้กับสินค้าดังอย่างกาแล็กซีเอสทรี (Galaxy S3) และกาแล็กซีโน้ตทู (Note 2) สมาร์ทโฟนใหม่ที่มีข่าวว่าซัมซุงจะเปิดตัวช่วงเดือน ก.ย. รวมถึงไอโฟนรุ่นใหม่ที่ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า iPhone 5 ทั้งหมดจะแข่งขันอย่างรุนแรงมากในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้
      
       ภาพรวมของเอชทีซีที่ดูจะไม่สามารถรั้งอันดับกลุ่มผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนทำให้หุ้นของบริษัทถูกลดระดับความน่าเชื่อถือ โดยนักวิเคราะห์ในตลาดหุ้นดึงหุ้นของเอชทีซีมาอยู่ในกลุ่ม “ขาย” เพื่อแนะนำให้นักลงทุนเทขายออกเพื่อป้องกันการขาดทุนในอนาคต
      
       ทั้งหมดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่าเอชทีซีมีจุดอ่อนที่แบรนด์สินค้า เพราะแม้สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของเอชทีซีอย่างเอชทีซีวันเอ็กซ์ (HTC One X) จะมีคุณสมบัติดีเยี่ยม แต่ผู้บริโภคจำนวนมากกลับมองข้ามไป เพราะแบรนด์ “วัน” ของเอชทีซีไม่หวือหวาเท่าคู่แข่งอย่าง “กาแล็กซี” หรือ “ไอโฟน” ซึ่งหากเอชทีซีไม่สามารถแก้ไขช่องโหว่นี้ได้ โอกาสในการยืนบนสมรภูมิสมาร์ทโฟนของเอชทีซีก็จะน้อยลง
      
       นักวิเคราะห์คาโรไลนา มิลาเนซี (Carolina Milanesi) จากการ์ทเนอร์ สำนักงานแคลิฟอร์เนีย อธิบายถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนปัจจุบันได้ยกระดับการต่อสู้ ซึ่งผู้เล่นจะไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดิมที่เคยทำสำเร็จเมื่อ 4 ปีก่อนมาจัดการคู่แข่งได้อย่างเคย แต่ผู้เล่นทั้งหมดต้องเปลี่ยนกลยุทธ์การต่อสู้เพื่อให้อยู่รอด
      
       วันนี้เอชทีซีเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก โดยบริษัทวิจัยไอดีซี (IDC) สำรวจพบว่าซัมซุงสามารถจัดส่งสมาร์ทโฟน 50.2 ล้านเครื่องสู่ตลาดโลกในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของซัมซุงเติบโตเป็นอันดับ 1 ที่ 33% ขณะที่ส่วนแบ่งของแอปเปิลมี 17% อันดับ 3 คือโนเกียซึ่งครองส่วนแบ่ง 6.6% สำหรับเอชทีซีถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 4 ส่วนแบ่งคือ 5.7% ลดลงจาก 11% ที่เคยมีในปี 2011
      
       อันดับ 5 คือแซตทีอี สัญชาติจีนที่สามารถเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับโลกได้เป็นครั้งแรก มีส่วนแบ่ง 5.2% เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่มี 1.8%

Dolphin Browser รันได้ทั้ง Flash และ HTML5

Wednesday 8 August 2012 05:25 Posted by Articles  |  in เทคโนโลยี  |  with Comments (0)

Dolphin Browser
 Dolphin Browser คือแอพพลิเคชั่นท่องเน็ตที่ค่อนข้างโดดเด่นใน play store ครับ ด้วยลูกเล่นและ plug-in หน้าใช้ทั้งหลายแหล่

แต่ใน Dolphin Browser เวอร์ชั่นใหม่ มีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่่าที่เคย คือการเน้นประสิทธิภาพการใช้งาน HTML5 มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ก็ตามยุคสมัยที่กำลังจะผลัดใบ  เพราะ Flash กำลังจะจากไปในโลกของอุปกรณ์พกพา  การเตรียมพร้อมของ Dolphin Browser ก็ย่อมต้องมีมาให้เห็นแต่เนิ่นๆ แต่ยังคงทางเลือกในการใช้งานทั้งให้ผู้ใช้อยู่ทั้ง Flash และ HTML5

เกมส์ Amazing Alex จากผู้ผลิต เกมส์ Angry Birds

Wednesday 8 August 2012 05:20 Posted by Articles  |  in เกมส์  |  with Comments (0)

Amazing Alex Game
แนะนำเกมใหม่ Amazing Alex เจ้าของเดียวกับ Angry Birds ใครที่ยังไม่เห็นหน้าค่าตาของเกมนี้ ลองคลิกเข้าไปดูกันได้

Apple เคยคิดพัฒนารถยนต์อัจฉริยะและกล้องดิจิตอลรุ่นพิเศษ

Tuesday 7 August 2012 12:20 Posted by Articles  |  in เทคโนโลยี  |  with Comments (0)

Apple Car
คดีความซึ่งแอปเปิลฟ้องร้องซัมซุงว่า 'ลอกเลียนแบบไอโฟน-ไอแพด' นั้นทำให้ความลับเรื่องแผนการพัฒนาสินค้าของแอปเปิลถูกเปิดเผยหลายจุด หนึ่งในนั้นคือแผนพัฒนารถยนต์อัจฉริยะและกล้องดิจิตอลรุ่นพิเศษหลังจากเห็นความสำเร็จของไอพ็อด และในช่วงปี 2011 ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงรายหนึ่งของแอปเปิลเคยส่งอีเมลแนะนำแนวคิดการพัฒนาไอแพดขนาด 7 นิ้ว ซึ่งสะท้อนว่าไอแพด 7 นิ้วกำลังมีคิววางตลาดค่อนข้างแน่นอน
      
       ข้อมูลความลับเรื่องแผนพัฒนาสินค้าแอปเปิล ถูกเปิดเผยโดยผู้บริหารที่ถูกเรียกขึ้นมาให้การในศาลแคลิฟอร์เนียเมื่อวันศุกร์ที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอย่างฟิล สคิลเลอร์ (Phil Schiller) และหัวหน้าทีมพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างสก็อตต์ ฟอร์สตอล (Scott Forstall) ถูกส่งมาให้การพร้อมกับจัสติน เดนิสัน (Justin Denison) ประธานฝ่ายกลยุทธ์ซัมซุงภูมิภาคสหรัฐอเมริกา (Samsung Telecommunications America)
      
       ทั้ง 2 ฝ่ายนั้นพยายามปกป้องบริษัทตัวเองให้พ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องลอกเลียนการออกแบบและคุณสมบัติซอฟต์แวร์ของคู่แข่ง ผู้บริหารซึ่งเป็นตัวแทนของทั้ง 2 ค่ายจึงพร้อมใจแจกแจงข้อมูลว่าได้ลงทุนและลงแรงพัฒนาสินค้าของตัวเองไปอย่างยากเย็นและจริงจังเพียงใด ซึ่งทำให้ข้อมูลลับที่ทั้งคู่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ถูกรายงานต่อสาธารณชนทั่วโลก เช่นข้อมูลที่ระบุว่า แอปเปิลใช้เงินมากกว่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐในการทำตลาดไอโฟนและไอแพดนับตั้งแต่การเปิดตัวไอโฟนรุ่นแรกปี 2007 ขณะที่ซัมซุงระบุว่าใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านเหรียญต่อปีในการประชาสัมพันธ์แบรนด์ซัมซุง

รถแอปเปิล?
      
       สคิลเลอร์ให้การต่อศาลว่าความสำเร็จของไอพ็อดเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้แอปเปิลมองว่าตัวเองสามารถเป็นได้มากกว่าบริษัทคอมพิวเตอร์ธรรมดา ดังนั้นแผนโครงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ในแบรนด์แอปเปิลจึงเกิดขึ้นจำนวนมากเพื่อรอการพิจารณา โดยในแผนการทั้งหมดมีรถยนต์และกล้องดิจิตอลรวมอยู่ด้วย ซึ่งแอปเปิลนั้นเคยจำหน่ายกล้องดิจิตอล 1 รุ่นในชื่อ QuickTake ในช่วงปี 90 ด้วย
      
       สคิลเลอร์ยังเปิดเผยข้อมูลด้านการตลาดอีกหลายประเด็น ที่น่าสนใจคือในช่วงสัปดาห์แรกๆหลังการเปิดตัวไอโฟน งบการตลาดของแอปเปิลถูกใช้ไปน้อยมากเพราะสื่อมวลชนพร้อมใจตีข่าวเกี่ยวกับไอโฟนจนบริษัทไม่ต้องทำการตลาดใดๆเพิ่มเติม หลังจากนั้น การประชาสัมพันธ์ไอโฟนจึงเกิดขึ้นภายใต้ทฤษฎีที่เรียกว่า 'product as hero' ซึ่งยกให้ตัวผลิตภัณฑ์เป็นตัวเอกในการประชาสัมพันธ์ตัวเอง ขณะที่แอปเปิลหันไปทุ่มกำลังสร้างความพิเศษให้ผู้บริโภครับรู้ถึงภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์
      
       ด้านฟอร์สตอลซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการพัฒนาไอโฟนรุ่นแรก ให้ข้อมูลว่าแอปเปิลเริ่มต้นพัฒนาไอแพดในปี 2003 ในฐานะผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับผู้ต้องการใช้งานแล็ปท็อปราคาประหยัด ซึ่งเป็นทางออกของการไม่ต้องการพัฒนาแล็ปท็อปราคาประหยัดของแอปเปิล ต่อมาในปี 2004 งานผลิตไอแพดจึงถูกย้ายแพลตฟอร์มไปทำงานบนระบบโทรศัพท์มือถือ เพราะแอปเปิลเห็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมครั้งใหญ่
      
       ฟอร์สตอลนั้นมีดีกรีเป็นลูกน้องสตีฟ จ็อบส์ในสมัยทำกิจการเน็กซ์คอมพิวเตอร์ (NeXT Computer) ในปี 1992 โดยฟอร์สตอลระบุว่าได้รับมอบหมายจากจ็อบส์ให้สร้างหน้าตาโปรแกรมหรือ user-interface สำหรับไอโฟนโดยไม่จ้างใครนอกองค์กรแอปเปิล เพื่อเก็บข้อมูลของไอโฟนให้เป็นความลับสุดยอด

สตีฟ จ็อบส์ยอมรับ 'แท็บเล็ต 7 นิ้ว'
      
       อีกหนึ่งข้อมูลเด่นคือเรื่องราวของไอแพดขนาด 7 นิ้ว โดยก่อนหน้านี้สตีฟ จ็อบส์ ผู้ล่วงลับเคยประกาศไม่สนใจการผลิตแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้วเพราะคิดว่าเล็กเกินไป โดยมองว่าหน้าจอขนาด 9.7 นิ้วถือเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดี แต่ในระยะหลัง กระแสข่าวลือแพร่สะพัดทั่วโลกออนไลน์ว่าแอปเปิลเตรียมวางขายไอแพดมินิ (iPad mini) ไอแพดรุ่นใหม่ที่มีขนาดหน้าจอ 7-8 นิ้ว กระแสข่าวนี้ทำให้ซัมซุงใช้เป็นจุดโจมตีว่าแอปเปิลได้แรงบันดาลใจมาจากซัมซุงเช่นกัน ไม่ต่างจากข้อกล่าวหาที่แอปเปิลใช้ฟ้องซัมซุงว่าใช้ไอโฟนเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาสินค้าตระกูลแกแล็กซี่ (Galaxy)
      
       เควิน จอห์นสัน (Kevin Johnson) ทนายความซัมซุงตั้งคำถามฟอร์สตอลถึงอีเมลจากผู้บริหารแอปเปิล 'เอ็ดดี้ คู (Eddy Cue)' ประธานฝ่ายธุรกิจไอจูนส์ซึ่งส่งถึงฟอร์สตอลในวันที่ 24 ม.ค. 2011 โดยในเนื้อความมีการวิเคราะห์ว่าขนาดไอแพดนั้นไม่เหมาะสม แต่มีการชื่นชมขนาดหน้าจอ 7 นิ้วของ Samsung Galaxy Tab พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่าแอปเปิลควรผลิตแท็บเล็ต 7 นิ้วเพราะมีตลาดใหญ่รองรับอยู่ จุดนี้ในอีเมลระบุว่าหลังจากรายงานต่อสตีฟ จ็อบส์หลายครั้ง ตัวสตีฟ จ็อบส์เองก็เริ่มเห็นด้วยในครั้งสุดท้ายที่มีการรายงานแนวคิดแท็บเล็ต 7 นิ้ว
      
       สื่อต่างชาตินั้นรายงานความลับภายในแอปเปิลที่ถูกเปิดเผยระหว่างการพิจารณาคดีความระหว่างแอปเปิลและซัมซุงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการใช้ชื่อลับในการพัฒนาไอโฟนว่าโครงการสีม่วงหรือ Project Purple โดยบรรยากาศภายในอาคารพัฒนาซึ่งถูกเรียกว่าตึกสีม่วง (Purple Building) นั้นมีลักษณะเหมือนหอพักที่มีผู้คนตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนร่วมกับโครงการนี้จะมีกฏข้อแรกเหมือนภาพยนตร์เรื่อง "Fight Club" ซึ่งระบุว่าทุกคนห้ามพูดถึงโครงการนี้

นอกเหนือจากความลับในการพัฒนาสินค้า แอปเปิลยังแสดงพัฒนาการแท็บเล็ตของซัมซุงสมัยก่อนและหลังแอปเปิลแจ้งเกิดไอโฟน ซึ่งทำให้เห็นได้ชัดว่าลักษณะการออกแบบสินค้าซัมซุงนั้นถอดแบบมาจากสินค้าของแอปเปิล
      
       ทั้งหมดนี้ทำให้แอปเปิลพยายามเรียกร้องค่าเสียหาย 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐจากซัมซุง พร้อมขอให้ศาลสั่งห้ามซัมซุงจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสหรัฐฯและหลายพื้นที่ทั่วโลก ขณะที่ซัมซุงก็ยังยืนยันว่าแอปเปิลต่างหากที่เป็นผู้ละเมิดสิทธิและนำแนวคิดจากซัมซุงไปใช้ในหลายจุด
      
       ท่ามกลางคดีระหว่างแอปเปิลและซัมซุงที่มีกำหนดการพิจารณาคดีต่อเนื่องตลอดเดือนส.ค.นี้ ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าแอปเปิลกำลังเจรจาซื้อเว็บไซต์โซเชียลคอมเมิร์ซนามเดอะแฟนซี (The Fancy) โดยสำนักข่าวบิสิเนสอินไซเดอร์ (Business Insider) รายงานว่าแอปเปิลกำลังเจรจาเสนอซื้อกิจการอีคอมเมิร์ซแนวใหม่เพื่อสร้างตลาดของตัวเองให้รองรับบริการพาสบุ๊ก (PassBook) คุณสมบัติใหม่ในระบบปฏิบัติการ iOS 6 ที่ผู้ใช้จะสามารถจัดการข้อมูลสำคัญเพื่อการซื้อสินค้าออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย
      
       แฟนซีเป็นบริการที่ผู้ใช้งานสามารถโพสต์ภาพสินค้าและสามารถซื้อขายกันเองได้โดยสะดวก สถิติล่าสุดพบว่ายอดซื้อขายผ่านเว็บไซต์ต่อวันสูงถึง 10,000 เหรียญสหรัฐ โดยไม่น่าเชื่อว่าซีอีโอแอปเปิล 'ทิม คุก (Tim Cook)' ซีอีโอชื่อดังได้ลงชื่อใช้งานแฟนซีด้วยตัวเอง (การตรวจสอบพบว่าบัญชีของคุกได้รับการยืนยันตัวตน) ทั้งหมดแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างซีอีโอแอปเปิลกับเว็บไซต์อนาคตไกลรายนี้

ข้อมูลจาก
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000096690

Line Update เวอรชั่นใหม่มี Timeline กะเขาด้วย

Tuesday 7 August 2012 12:17 Posted by Articles  |  in เทคโนโลยี  |  with Comments (0)

Line timeline
 ช่วงนี้ Line บนแอนดรอยด์ออกอัพเดตบ่อยมากทีเดียว ล่าสุดออกอัพเดตเวอร์ชั่น 3.0 เพิ่มฟีเจอร์สำคัญเข้ามาดังนี้


- เพิ่ม Timeline สำหรับติดตามอัพเดตสถานของเพื่อนแบบ realtime ซึ่งสามารถกดไลค์และคอมเมนต์บนโพสต์ของเพื่อนซึ่งสามารถทำได้ทั้งข้อความและสติกเกอร์

- เพิ่มฟังก์ชั่น Home สำหรับการแชร์สถานะซึ่งแชร์ได้ทั้งข้อความและรูปภาพ (มีรูป Cover บนโปรไฟล์เราด้วย)

- เพิ่มปุ่มสติกเกอร์ที่เพิ่มใช้ล่าสุดในแท็บสติกเกอร์

- ปรับปรุงดีไซน์หน้า Chat list ใหม่นิดหน่อย

- เพิ่มความปลอดภัยให้กับฟังก์ชั่น Free Call

- ฟังก์ชั่น “What’s Up?” เปลี่ยนชื่อเป็น “Status Messages”

เท่าที่ลองเข้าไปดูใน Timeline และ Home รู้สึกว่า “เฮ้ย,,,นี่มันเฟสบุคชัดๆ

Apple เตรียมอัปเดต iDevice ทุกชิ้น รองรับ dock connector รุ่นใหม่

Tuesday 7 August 2012 12:14 Posted by Articles  |  in เทคโนโลยี  |  with Comments (0)

iDevice
ข่าวล่าสุดรายงานว่า Apple อาจอัปเดตอุปกรณ์ iOS ทั้งหมดในช่วงไตรมาสสามนี้เพื่อให้รองรับ dock connector รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 5

     แหล่งข่าวจากเว็บไซต์ iMore รายงานวานนี้ว่า นอกจาก iPhone 5 จะมาพร้อมกับ dock connector รุ่นใหม่แล้ว อุปกรณ์ iOS ตัวอื่นทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น iPod Nano, Touch, iPad รวมทั้ง iPad Mini ที่มีข่าวลือกันมานานนั้นก็จะได้รับการเปิดตัวหรืออัปเดตใหม่ให้รองรับ dock connector ใหม่เช่นกัน

     ปกติ Apple จะเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ในทุก 12 เดือน แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้กำหนดการทุกอย่างจะได้รับการเร่ดรัดให้เร็วขึ้น นัยว่าการอัปเดตให้รองรับพอร์ตรุ่นใหม่ทันทีอาจมีความสำคัญมากกว่า

     คาดกันว่า Apple จะจัดงานเปิดตัวดังกล่าวในวันที่ 12 กันยายนนี้ครับ

Apple กำจัดยูทูบ YouTube ด้วยการยกเลิกพรีโหลด

Tuesday 7 August 2012 12:12 Posted by Articles  |  in เทคโนโลยี  |  with Comments (0)

Apple Remove YouTube
ทันทีที่แอปเปิ้ลได้ออกเวอร์ชันทดสอบของ iOS 6 สำหรับ iPhone และ iPad เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่า YouTube (ของ Google) หนึ่งในแอพฯ ยอดฮิตทีมาพร้อมกับระบบปฏิบัติรุ่นใหม่ของแอปเปิ้ล พร้อมทั้งประกาศว่า iOS 6 เวอร์ชันสมบูรณ์จะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ทางแอปเปิ้ลให้เหตุผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่า "ใบอนุญาตรวมแอพฯ YouTube เข้่าไปใน iOS หมดอายุแล้ว" ตัวแทนแอปเปิ้ลกล่าว "ลูกค้าสามารถใช้ยูทูบผ่านทางบราวเซอร์ Safari และ Google กำลังทำแอพฯ YouTube ตัวใหม่ เพื่อแจกจ่ายผ่านทาง App Store"

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน YouTube ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการหายไปของแอพฯ ยูทูบบน iOS 6 "เรากำลังทำงานร่วมกับ Apple เพื่อให้แน่ใจว่า เราจะสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีทีสุดในการใช้บริการ Youtube ให้กับผู้ใช้ iOS 6" กูเกิ้ลกล่าว สำหรับแอพฯ YouTube บน iPhone และ iPad ถูกสร้างโดยนักพัฒนาแอพฯ ของ Apple เอง โดยใช้เครื่องมือนักพัฒนาของ YouTube ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ ประสบการณ์ในการใช้ยูทูบบนอุปกรณ์แอปเปิ้ลจะแตกต่างจากเวอร์ชันที่ใช้งานบนอุปกรณ์ Android และเว็บ YouTube.com บนบราวเซอร์ ทั้งนี้แอปเปิ้ลห้ามไม่ให้แสดงโฆษณาใดๆ บนแอพฯ YouTube ของตน รวมถึงแอพฯ วิดีโอของนักพัฒนารายอื่นๆ ด้วย ในขณะที่เว็บ YouTube ที่เล่นในเว็บบราวเซอร์ หรือแอพฯ Android จะมีการนำเสนอโฆษณาด้วย

ในขณะที่ผู้ใช้ iOS 6 จะสามารถเล่นคลิปวิดีโอ YouTube ด้วยวิธีอื่นแทนที่จะเล่นผ่านแอพฯ แต่จากสถิติการใช้แอพฯ YouTube ที่พรีโหลดไปบน iOS มีปริมาณการใช้งานมากกว่า 15% - 20% เมื่อเทียบกับแอพฯ ตัวอื่น นอกจากการเลิกพรีโหลด YouTube แล้ว ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทก็ได้เลิกใช้ Google Maps ด้วย กล่าวโดยสรุปคือ คุณจะไม่เห็นแอพฯ 2 ตัวนี้ใน iOS 6 อย่างไรก็ตาม Google กำลังพยายามหาทางสร้างรายได้จากโฆษณาบนเว็บไซต์ YouTube ผ่านแอพฯ ด้วย โดยจะออก YouTube app บน App Store ของแอปเปิ้ลในเร็วๆ นี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แม้ Apple จะไม่พรีโหลด YouTube app แต่ยูทูบก็ยังคงได้รับความนิยมในการใช้งานอยู่ดี

Galaxy Note 10.1 เปิดตัวในช่วงเดือนนี้

Tuesday 7 August 2012 12:09 Posted by Articles  |  in เทคโนโลยี  |  with Comments (0)

Galaxy Note 10.1
สำหรับ Note รุ่นต่อไปที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้ มันไม่ใช่สมาร์ทโฟนแน่นอน โดยเมื่อวานนี้ ทางซัมซุงประกาศว่า Galaxy Note 10.1 จะเปิดตัวในช่วงเดือนนี้ โดยจะเป็นแท็บเล็ตสมบูรณ์แบบที่มาพร้อมกับสไตลัส แต่หากจะพูดกันตรงๆ Note 10.1 จะมีสเป็กแรงกว่า Galaxy Tab 2 10.1 และมีการเพิ่มซอฟต์แวร์ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ S Pen เพื่อบันทึกข้อความด้วยลายมือ จับภาพแค่บางส่วน แก้ไขภาพถ่าย และความสามารถอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้ใช้ Note รุ่นปัจจุบันใช้งานกันอยู่ Galaxy Note 10.1 จะมีความละเอียดของหน้าจอ 1,280 x 800 พิกเซล และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.0 และใช้ควอดคอร์โพรเซสเซอร์ Exynos 1.4GHz ของ Samsung หน่วยความจำ 2GB ส่วน Galaxy Tab 2 10.1 จะใช้ดูอัลคอร์โพรเซสเซอร์ความเร็ซ 1GHz และหน่วยความจำแค่ 1GB เท่านั้น

ในขณะที่ซัมซุงประกาศว่าจะปิดตัว Galaxy Note 10.1 ที่สหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ แต่ทางบริษัทก็ยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่ชัดเจนว่าจะเป็นวันที่เท่าไร และเมื่อมีการสอบถามถึงงานเปิดตัว Galaxy Note ที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม ศกนี้ที่นิวยอร์กว่า ซัมซุงจะมุ่งเน้นไปที่ Note 10.1 หรือ Note 2 ตามที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ ทางบริษัทปฏิเสธที่จะคอมเมนต์ นั่นหมายความว่า เราคงต้องรอดูในงานกันอีกที

Last Page | Page 1 of 13 | Next Page